19 เมนูชีส ลดความอ้วน

smokyvalleygoatcheese

ในตอนนี้นั้นนมถือได้ว่ากำลังเป็นที่นิยมรับประทานกันอย่างมากในหมู่เหล่าทำงานหรือเด็กนักเรียนนักศึกษานมนั้นมันสารอาหารมากมายช่วยในการบำรุงในหลายๆ ด้าน แล้วรู้หรือไม่ว่านมสามารถนำมาทำเป็นชีสได้ ซึ่งก็ได้รับความนิยมอย่างมากในหลายๆ ประเทศชื่อของชีสนี้ก็คือคอทเทจชีสหรืออีกชื่อที่คนไทยชอบเรียกคือชีสนม หากถามว่าชีสตัวนี้สามารถนำเอามาทำอะไรได้มั่ง ดังนั่นวันนี้เราจะนำเสนอในเรื่องของนมชีส

smokyvalleygoatcheese
สลัดผักคอทเทจชีส
สลัดถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เหล่า ผู้หญิงนั้นนิยมรับประทานกันอย่างมากเพราะว่าส่วนใหญ่แล้วผู้หญิงต้องการที่จะลดหุ่นแล้วหาอาหารที่เรียกว่ากินแล้วอิ่มแต่ได้สารอาหารคุ้มเหมือนกับกินข้าว บอกได้เลยว่าสลัดผักคอทเทจชีสมีสารอาหารที่ครบท้วนไม่ว่าจะเป็นสารอาหารจากผักผลไม้หรือนมที่ได้มาจากชีสนั่นก็เป็นอาหารทั้งหมดที่มีแร่ธาตุครบนอกจากนี้คอทเทจชีสยังสามารถนำมาทำเป็นครีมนมชีสได้อีกด้วยเหมาะไว้สำหรับรับประทานกับไอศรีมหรือกาแฟก็ได้เช่นกันรับรองว่าน้ำหนักของท่านจะไม่ขึ้นแน่นอนเพราะว่าในนมนั้นมีสารอาหารที่เรียกว่าการย่อยในตัวมันเองซึ่งมันจะทำให้ระบบขับถ่ายของเรานั้นถ่ายได้สะดวกสบายได้ตลอดเวลา
ชีสนมนั้นเป็นเหมือนกันขนมหวานๆ อีกชนิดเลยก็ได้ที่กำลังจะได้รับความนิยมในกลุ่มวับรุ่นที่กำลังหัดทำอาหารแบบใช้ชีสในการเป็นส่วนผสมกำลังเป็นที่นิยมกันอย่างมากจนขนาดต่างประเทศได้มีการเปิดสอนการทำชีสนมเพราะว่ามันทำง่ายและสวนผสมก็ไม่ได้มีอะไรยุ่งยากเท่าไหร่ แถมยังมีราคาต้นทุนที่ไม่แพงอีกด้วยหาได้ตามท้องตลอดจนตอนนี้เดินไปก็เจอแต่คอทเทจชีสจำนวนมากเลยในตลอดของประเทศซึ่งในประเทศไทยของเราก็มี

smokyvalleygoatcheese

บลูชีส ราชาแห่งชีสในดินแดนน้ำหอม
ชีสทั้งโลกมีมากกว่า 3,000กว่าประเภท และในบรรดาชีสถ้าเกิดจะไม่พูดถึง “บลูชีส” ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ เพราะชีสชนิดนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา รสชาติ หรือแม้กระทั่งกลิ่น ที่ได้ฉายาว่า “ชีสเน่า” บลูชีสเป็นชีสที่มีกลิ่นรุนแรงเป็นเอกลักษณ์ ลักษณะชีสจะมีราสีน้ำเงินปนเขียวแทรกซึมอยู่ทุกอณูของเนื้อชีสจึงเป็นที่มาของชือชีสชนิดนี้
บลูชีส เป็นชีสที่เกืดขึ้นจากความไม่ได้ตั้งใจที่มีเรื่องราวเล่าต่อกันมาว่า มีชายเลี้ยงแกะคนหนึ่งที่อยู่ในถ้ำแถบ โร้คฟอร์-ซูร์-ซูฃซง แคว้นีดิ ปีเรเน ที่อยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส เขาได้ทำบ่มชีสแล้วลืมไว้ ผ่านไปหลายเดือนเขาได้กลับไปดูพบว่าชีสที่เขาทำให้เต็มไปด้วยรา ที่มีสีน้ำเงินปนเขียวเต็มไปหมด แต่พอลองชิมดูกลับมีรสชาติอร่อยและไม่เป็นอันตรายใดๆ สักนิด
ด้วยความบังเอิญของบลูชีส ในปัจจุบันชีสชนิดนี้ถูกผลิตขึ้นมาด้วยความจงใจ โดยการผลิตนั้นจะทำให้เกิดรา โดยสปอร์ของเชื้อราที่ผสมลงไปในขั้นตอนการผลิตจะมีอยู่ 2 ประเภท คือ Penicillium roque-forti และ Penicillium glaucum ซึ่งเชื้อราประเภทนี้จะเติบโตได้เร็วถ้าโดนอากาศ ชีสชนิดนี้จึงโดนเจาะและแทงให้ก้อนชีสเกิดรู้เพื่อให้อากาศได้เข้าไปในชีสได้ ส่วนใหญ่นั้นผู้ทำชีสชนิดนี้ขึ้นมามักจะบ่มชีสไว้ในห้องหรือที่อับ เชื่อกันว่ายิ่งบ่มนานเท่าไหร่สีและรสชาติก็จะยิ่งดีเท่านั้น แต่กลิ่นของชีสที่ทำจะขึ้นอยู่กับราและส่วนผสมตัวอื่น
บลูชีส เป็นชีสที่ถูกแปรรูปมาจากนมวัว นมแกะ นมแพะใช้เวลาบ่มนานถึง 6 เดือน หรืออาจจะมากกว่านั้น มีส่วนของไขมันเป็นองค์ประกอบถึง 48 เปอร์เซ็น
บลูชีสกับไวน์เมนูที่ลงตัว
ถ้าจะกินบลูชีสให้อร่อย ผู้ที่รับประทานนั้นต้องรู้จักจับคู่บลูชีสกับไวน์ที่ละชนิดให้ถูกต้องเสียก่อน อย่างเช่น บลูชีสที่มีรสไม่จัดจ้านค่อนข้างอ่อนควรกินคู่กับไวน์ขาว หรือบลูชีสที่มีรสชาติจัดจ้านควรกินคู่กับไวน์แดง เพื่อที่ไวน์แดงจะไปเจือจางรสชาติที่เค็มให้ลดน้อยลง แล้วดึงความหวานหอมของนมแกะขึ้นมา
ราบนบลูชีสทำไมถึงกินได้
จริงๆแล้วชีสเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากราหรือแบคทีเรียที่มีอยู่แล้ว แต่ราหรือแบคทีเรียนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์โดยการถนอมอาหารนั่นเอง ราที่บลูชีสใช้เป็นส่วนผสมในการทำคือ Penicillium roque-forti และ Penicillium glaucum ซึ่งเป็นราที่ใช้ทำยาของเคลิฟอร์เนียชื่อดัง ราชนิดนี้มีส่วนช่วยในการยับยั้งหรือหยุดการเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นอันตรายอีกด้วย

Comments are closed.