ประวัติเกี่ยวกับชีส

cheese newpic

ชีสเป็นอาหารยอดฮิตของคนในสมัยนี้ ไม่ว่าจะเป็นอาหารชนิดใดก็ตามถ้าใส่ชีสลงไปล้วนขายดีทั้งนั้น เช่น ขนมปังชีสยืด , ไอศกรีมชีส , ไก่ทอดราดด้วยชีส เป็นต้น เป็นที่รู้กันดีว่าชีสทำมาจากนม ผลิตขึ้นมาจากแนวคิดในเรื่องการถนอมอาหาร อีกทั้งยังเป็นอาหารอันเก่าแก่ที่สุดอย่างหนึ่งของโลกอีกด้วย คำว่า Cheese  มาจากภาษาลาตินที่เขียนว่า Caseus มีความหมายว่า ก้อนโปรตีนที่ได้จากน้ำนมวัวนอกจากนี้ประวัติของชีสยังแบ่งออกเป็น 2 เรื่องด้วยกันดังนี้

ตำนานเรื่องแรก

ชีส ได้ถือกำเนิดขึ้นบนโลกใบนี้เมื่อราวๆ 6,000 ปีก่อนคริสตศักราชในทะเลทรายแถบMesopotamia ซึ่งในปัจจุบันนี้คืออิรัก มีชายชาวอาหรับคนหนึ่งกำลังเดินทางข้ามทะเลทรายจากเมืองหนึ่งไปยังอีกเมืองหนึ่ง โดยใช้ขี่อูฐผ่านเส้นทางอันยาวไกลนั้น เขาได้เตรียมนมเพื่อพกไปกินระหว่างทางใส่ไว้ในกระเป๋าใบเล็กๆซึ่งทำมาจากกระเพาะแกะ พอเขารู้สึกคอแห้งจึงได้ยกนมขึ้นมาดื่มแต่พบว่า นมกลับแยกออกเป็น 2 ส่วนส่วนแรกมันได้จับตัวกันเป็นก้อนๆ และมีรสชาติอร่อยอย่างที่ไม่เคยกินมาก่อน อีกส่วนเป็นน้ำสีขาวขุ่น ที่เป็นเช่นนี้มาจากเยื่อบุของกระเพาะแกะมีเอนไซม์ที่ชื่อว่า Rennet ซึ่งเมื่อ Rennet พบกับความร้อนในทะเลทรายจึงทำให้นมอุ่นขึ้นบวกกับแรงสั่นสะเทือนอันเกิดจากการเคลื่อนไหวของอูฐจึงทำให้นมเกิดแยกออกเป็น 2 ส่วนและความบังเอิญในครั้งนี้จึงกลายมาเป็นเทคนิคในการผลิตชีสมาถึงปัจจุบัน

ตำนานเรื่อง 2

มีการพบบันทึกในคัมภีร์ไบเบิลว่า  บุตรชายแห่งเทพเจ้าApollo เป็นผู้ให้กำเนิดชีสขึ้นมา อีกทั้งยังเป็นผู้เผยแพร่วิธีการผลิตชีสให้กับชาวกรีกอีกด้วย และชาวกรีกก็นำมาเผยแพร่ต่อให้กับชาวโรมัน โดยชาวโรมันถือว่าชีสเป็นอาหารสามัญของทุกๆบ้าน เพราะฉะนั้นในสมัยโบราณชาวโรมันจึงมีห้องเก็บชีสเกือบทุกบ้าน ต่อมาทหารโรมันเป็นผู้ถ่ายถอดชีสให้กับคนทั่วโลกเพราะตอนที่กองทหารโรมันไปออกศึกสู้รบ ตามสถานที่ต่างๆ ทหารเหล่านี้ก็มักจะแบ่งชีสให้กับทหารท้องถิ่นและผู้คนกินกัน

ชีสนับเป็นอาหารยอดนิยมของคนทั่วโลกเพราะใน 1 ปีมีการผลิตชีสกว่า 20 ล้านตัน โดยการผลิตชีสนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบใหญ่ๆ แบบแรกเป็นการผลิตชีสแบบดั้งเดิมตามต้นตำหรับโบราณ ซึ่งมีการผลิตออกมาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่นนั้นๆซึ่งในปัจจุบันมีแค่ 6 ประเทศที่ยังคงใช้วิธีการผลิตชีสแบบต้นตำหรับอยู่ ได้แก่ เยอรมัน, สวิสเซอร์แลนด์, อิตาลี  , อังกฤษ, ฝรั่งเศส , เนเธอร์แลนด์ โดยประเทศเหล่านี้ มีการรับรองคุณภาพรวมทั้งรักษามาตรฐานของชีสอย่างดีเยี่ยม

Bookmark the permalink.

Comments are closed.